Growth mind
set
เองนั้นก็เป็นอีกหนึ่ง buzzword ที่เป็นที่นิยมมากๆในเกือบจะทุกองค์กร เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จและเติบโตขององค์กรก็คงไม่เกินจริงไปนัก ก็เพราะก้าวแรกสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากทัศนคติที่ใช่ และยิ่งในยุคปัจจุบันที่เราอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็ยิ่งทำให้ mindset นั้นส่งผลต่อวิธีการจัดการกับปัญหา
คำว่า growth mindset นั้นถ้าหากกล่าวกันจริงๆแล้ว น่าจะเริ่มต้นแพร่หลายมาจากหนังสือของ carol dweck ที่กล่าวถึงชุดของ mindset 2 รูปแบบทั้ง fixed mindset และ growth mindset ในไทยเราเองก็มีหนังสือแปลของผู้เขียนคนนี้ ชื่อว่า “mindset: ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา”.
เมื่อ 2,600 ปีก่อน เกิดกระบวนการเรียนรู้ครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติ นั่นคือ การอุบัติเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกมากมาย แม้ว่า สิ่งที่พระองค์ทรงสอนมีแค่ใบไม้ในกำมือ แต่สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ และนำมาสอนก็ยังใช้ได้จริงจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากความคิดผิดมาเป็นความคิดถูก จากมิจฉาทิฐิเป็นสัมมาทิฐิ เราทุกคนจึงควรเรียนรู้จากทุกข์หรือปัญหา ไม่ใช่แบกปัญหาหรือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา นอกจากนี้ growth mindset คือ การคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ที่ดี จะทำให้เราโชคดี มีชีวิตที่เป็นมงคล สามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีเพราะใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ 2. ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง (adaptable to change) 200 ปีก่อน charles darwin ได้กล่าวไว้ในเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตว่า สิ่งมีชีวิตที่แข็งแแกร่งและฉลาดอาจสูญพันธุ์ หากไม่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเอง ในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหมด มนุษย์มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าสัตว์ทุกชนิด แต่พระองค์แรกที่กล่าวเรื่องนี้ คือ พระพุทธเจ้าซึ่งได้ตรัสว่า ทุกสิ่งไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีสิ่งใดมีความเสถียร จีรัง คงทน สมบูรณ์อยู่ได้ ทุกอย่างล้วนเสื่อมสลาย ไม่ว่าคนสัตว์สิ่งของ โดยมนุษย์ตกอยู่ภายใต้โลกธรรม 8 มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สุข ทุกข์ สรรเสริญ นินทา ไม่มีใครหลีกพ้น ทุกคนจึงอยู่ท่ามกลางภัยอันตราย ยิ่งเราเห็นข่าวการตายของเพื่อนร่วมโลก เช่น อินเดีย บราซิล ยิ่งเห็นว่าทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกคน โลกทั้งผองล้วนพี่น้องกัน เราเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจน จึงควรเห็นภัยในสังสารวัฏ ภัยของการเวียนว่ายตายเกิดนับครั้งไม่ถ้วน 3. มีชีวิตที่ตื่นรู้ (awakening) การมีชีวิตอยู่กับความจริง ไม่ใช่ความคิด เป็นสิ่งสำคัญ โลกวิถีใหม่บังคับให้เราสวมหน้ากากผ้า ไม่คลุกคลีกับหมู่คณะ รักษาระยะห่าง เป็นการฝึกให้เราตื่นรู้ อยู่กับการสำรวมระวัง กาย วาจา ใจ มีสติสัมปชัญญะ มีความเป็นปกติ มีศีลรักษาตัวเรา ครอบครัวเรา สังคมเราไม่ไปทำสิ่งไม่ดี ไม่ไปในที่โคจร เวลาสวมแมสก์ ให้สังเกตว่าหายใจเข้าเย็น หายใจออกอุ่น ให้เราสังเกตลมหายใจ ฝึกอาณาปาน.
Mindset secrets for winning : ถอดความคิดเทรดเดอร์ผู้ชนะ วิธีดึงพลังที่ซ่อนอยู่มาใช้กับทุกสิ่งที่คุณทำ ธุรกิจ การลงทุน กีฬา และการใช้ชีวิต.
October 21, 2021 career advice growth mindset คือวิธีคิดที่เชื่อว่าทักษะและความรู้ความสามารถของเราสามารถพัฒนาได้ผ่านการเรียนรู้และการพยายามฝึกฝน ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือความพยายามและความตั้งใจ คนที่มี growth mindset จะเชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของตัวเอง คนที่มี growth mindset จะเชื่อว่าหากพวกเขาได้ทุ่มเทเวลาและความพยายามในการฝึกฝนและแก้ไขจุดอ่อนแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะค่อยๆ เข้าใกล้ความสำเร็จและประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ในที่สุด growth mindset เป็นขั้วตรงข้ามของ fixed mindset ที่เชื่อว่าความสามารถของเรามีขีดจำกัดและไม่สามารถพัฒนาต่อได้หากไม่มีพรสวรรค์หรือความถนัด คนที่ fixed mindset จึงมีแนวโน้มที่จะยอมแพ้และล้มเลิกความตั้งใจเมื่อเจอกับอุปสรรคเพราะคิดว่าอย่างไรตัวเองก็ไม่มีความสามารถที่จะทำได้สำเร็จ growth mindset มีความสำคัญต่อการทำงานในองค์กรและเป็นคุณสมบัติสำคัญที่องค์กรมองหาในตัวพนักงานเพราะการทำงานในปัจจุบันต้องเจอกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การมี growth mindset จะช่วยให้พนักงานเป็นคนที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ขณะเดียวกัน growth mindset ก็จะช่วยผลักดันให้พนักงานฝึกฝน หาความรู้เพิ่มเติม และพยายามคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาในการทำงานแทนที่จะยอมจำนนต่องานที่มีความยากและท้าทาย นี่คือสิ่งที่แบ่งแยก ความแตกต่างของพนักงานที่มี growth mindset กับ fixed mindset องค์กรต่างๆ ในปัจจุบันที่ต้องการเพิ่มศักยภาพพนักงาน, เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และพัฒนานวัตกรรมจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับ การพัฒนา growth mindset ของคนในองค์กร เพราะการจะพัฒนาสินค้าและบริการได้ก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานคือการพัฒนาทัศนคติของคนในองค์กร.
Over 30 years ago, carol dweck and her colleagues became interested in students' attitudes about failure. They noticed that some students rebounded while other students seemed devastated by even the smallest setbacks. After studying the behavior of thousands of children, dr. Dweck coined the terms fixed mindset and growth mindset to describe the underlying beliefs people have about learning and intelligence. When students believe they can get smarter, they understand that effort makes them stronger. Therefore they put in extra time and effort, and that leads to higher achievement. Recent advances in neuroscience have shown us that the brain is far more malleable than we ever knew.
2. เลือกที่จะฟัง Growth Mindset
คนที่มีความคิดแบบ fixed mindset นั้นหากปรับปรุงในเรื่องของความคิดแบบนี้ได้ ก็จะทำให้การใช้ชีวิตดูมีสีสันและมีความหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งการฝึกตนเองให้มีความคิดแบบ growth mindset หรือความคิดแบบพัฒนาสามารถทำได้ ดังนี้
รู้จักตัวเอง การรู้จักตัวเองจะทำให้เราสามารถทราบได้ว่าตนเองเป็นคนที่มีนิสัยอย่างไร และหากพบเจอกับความสุขหรือเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความยากลำบากแล้วจะเป็นอย่างไร หรือควรจะทำอย่างไรจึงจะสามารถก้าวผ่านมันไปได้ โดยเราทุกคนนั้นจะมี fixed mindset เป็นของตนเองอยู่แล้วที่เป็นเสียงในหัวเราที่สกัดกั้นไม่ให้เราทำสิ่งใหม่ๆ หากเราจะต้องการพัฒนาตนเองให้มีความคิดแบบ growth mindset ราควรจะตอบกับเสียงนั้นว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสม
ตอบสนองต่อเสียง เมื่อ fixed mindset หรือเสียงนั้นเกิดในหัว เราคิดที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาหรือไม่ดังนั้นหากอยากพัฒนาตัวเองให้มีการพัฒนา mindset ที่ดีมากยิ่งขึ้นก็จะต้องตอบสนองต่อเสียงในหัว โดยเลือกที่จะฟังเสียงที่เกิดขึ้นภายในหัวและไตร่ตรองเอาว่าควรทำหรือไม่ควรทำ
ปรับเสียงในหัว ลองปรับเสียงในหัวจากคำว่า “ฉันทำไม่ได้” ให้กลายเป็นคำว่า “ถ้าฉันฝึกบ่อย ๆ ก็คงจะดีขึ้นเอง” มันก็จะเปลี่ยนจาก fixed mindset ให้กลายเป็น growth mindset โดยอัตโนมัตินั่นเอง
นอกจากนี้ การที่เด็ก ๆ มี growth mindset มองว่าความเก่งของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเกิดเด็ก ๆ ก็จะเริ่มคิดหาวิธีว่าจะทำให้ตนเองเก่งขึ้นได้อย่างไร ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการฝึกฝนในทักษะต่าง ๆ และส่งผลให้ชำนาญในทักษะเหล่านั้นมากขึ้น โดยผู้ปกครองสามารถเริ่มสร้าง growth mindset ให้พวกเขาได้ง่ายๆผ่าน “คำพูด” ที่เราใช้กับเขานั่นเอง.
Growth Mindset และ Fixed Mindset คืออะไร?
เผยแพร่เมื่อ วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ. ศ. 2561 คำว่า mindset ในความหมายจาก พจนานุกรมแปลอังกฤษเป็นไทย มีความหมายว่า “ความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม” และหลายๆคนคงได้ยินคำๆนี้มาใช้กันบ่อยๆในแง่การสร้างแรงจูงใจให้กับตนเอง จากงานวิจัยของนักจิตวิทยาที่ชื่อว่า carol dweck พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะมี mindset ที่แตกต่างจากคนทั่วไป โดยคนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะมี mindset แบบ growth mindset (กรอบแนวคิดแบบเปิดกว้าง) เป็นพวกความเชื่อที่ว่า ตนเองสามารถพัฒนาทักษะต่างๆได้อยู่เสมอ ซึ่งแตกต่างจากคนส่วนมากที่จะมี mindset แบบ fixed mindset (กรอบความคิดแบบปิดตาย) โดยเชื่อว่าทักษะตนเองมีขีดจำกัด และพัฒนาเพื่อข้ามขีดจำกัดไม่ได้อีกแล้ว การมี mindset แบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะพื้นฐานของมนุษย์ต้องการความปลอดภัย ทำให้เราอยู่ที่ที่เราคุ้นเคยและไม่อยากเสี่ยง แล้วถ้าวันนึงเราอยากพัฒนา mindset ของเรา จะต้องเริ่มต้นยังไงบ้าง?.
อัปเดตล่าสุด: 06/12/2022 จำนวนผู้อ่าน: 5,851 growth mindset และ fixed mindset เป็นคำที่ศาสตราจารย์ ดร. แครอล ดเว็ค (dr. Carol dweck) นักจิตวิทยาและนักวิจัยที่มีชื่อเสียงแห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (stanford university) ได้บัญญัติไว้ในปี ค. ศ. 2007 ในหนังสือ “mindset: the new psychology of success” หรือ “ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา” หลังจากที่ผลงานวิจัยหลายชิ้นของท่านได้ยืนยันแนวคิดนี้.
ชุดความคิด (mindset) คือ กรอบความคิดหรือทัศนคติทางจิตใจ ที่ส่งผลต่อวิธีคิดและวิธีในการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ dr. Carol dweck ได้แบ่ง mindset ออกเป็น 2 รูปแบบ fixed mindset = ชุดความคิดที่เชื่อว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมความสามารถจำกัด growth mindset = ชุดความคิดที่เชื่อว่ามนุษย์สามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นได้ด้วยความพยายามและการฝึกฝน จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นเป็นที่มาของวัตถุประสงค์ของคาบเรียนนี้ คือ การปลูกฝังความเชื่อว่ามนุษย์สามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นได้ พร้อมทั้งพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนกล้าที่จะเรียนรู้และไม่กลัวที่จะผิดพลาด ขั้นตอนในการจัดกิจกรรมมีดังนี้ ชวนนักเรียนร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความหมายของ mindset อธิบายความหมายของ fixed mindset และ growth mindset แจกกระดาษนักเรียนคนละ 1 แผ่น ให้นักเรียนเขียนตอบคำถามดังต่อไปนี้ เราเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างไร เพราะเหตุใด growth mindset ถึงเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การเข้าใจ growth mindset และ fixed mindset ช่วยอะไรนักเรียนบ้าง จากนั้นให้นักเรียนเปลี่ยนรูปแบบการเขียนตอบคำถามเป็นการวาดรูปเพื่อตอบคำถามในคำถามต่อไปนี้ ช่วงเวลาที่เราเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรามีขั้นตอนการเรียนรู้ยังไง ในช่วงเวลาที่ล้มเหลว นักเรียนรู้สึกอย่างไร? มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น? เปิดวิดิโอ you can learn anything จาก youtube ช่อง khan academy https://www. Youtube. Com/watch?v=jc82il2cjqa ชวนนักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับวิดิโอที่ได้ชม นักเรียนแต่ละคนออกมาหน้าห้องเพื่อเขียน 1. สิ่งที่ตอนนี้ทำได้แล้ว 2. แต่จำเป็นต้องฝึกทักษะเหล่านี้ก่อน คนละ 1 ข้อ ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้วิ่งได้แล้ว แต่ก่อนจะวิ่งต้องเดินได้ก่อน หรือ ตอนนี้วาดรูปได้แล้ว แต่ก่อนนี้ต้องจับปากกาได้ก่อน ชวนนักเรียนกลับมาตอบคำถามว่า "เราเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างไร" อีกครั้ง ก่อนจะเชื่อมโยงกับการเขียนของนักเรียนว่าเราเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต่อยอดจากสิ่งเก่า ๆ ที่เราเคยเรียนรู้มาแล้ว ผู้สอนเล่าประสบการณ์ความล้มเหลวของตัวเองโดยอธิบายให้เห็นถึง 3 ประเด็นคือ 1. ประสบการณ์ความล้มเหลว 2. วิธีในการผ่านความล้มเหลวนั้น 3. บทเรียนที่ได้รับและการเติบโตขึ้นของตัวเอง นักเรียนเขียนความล้มเหลวและอุปสรรคที่เคยผ่านมาของตนเองลงกระดาษ แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับเพื่อน ๆ และผู้สอน "ความผิดพลาดเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้มันจะทำให้เราจะท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้ ทุกคนเรียนรู้ได้เร็วช้าแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเรียนรู้ไม่ได้ เราทุกคนเป็นคนพิเศษในทางของตัวเองอยู่เสมอ อยากให้ทุกความสำเร็จและความล้มเหลวเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างแข็งแรง ครูจะคอยช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเราอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นวันที่ล้มเหลวหรือสำเร็จก็ตาม เติบโตไปด้วยกันนะครับ" การสร้างชุดความคิดแบบเติบโต (growth mindset) เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการเรียนรู้ของนักเรียน การสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยเหลือเรื่องแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนอย่างมาก กิจกรรมนี้สามารถลดคำพูดที่ส่งผลต่อความอยากเรียนรู้เช่น "ทำไม่ได้หรอก" "ผมไม่เก่งเหมือนเพื่อน" "เรียนไปก็ไม่เข้าใจ" ลงได้เยอะมาก นับว่าขั้นตอนจากในหนังสือ the growth mindset coach สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงในห้องเรียนครับ.
Mindset หรือกรอบความคิด คือ ทัศนคติ สิ่งที่เราเชื่อจนนำไปสู่พฤติกรรมของคน ซึ่งกรอบความคิดของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ ตั้งแต่เด็กจนโต โดยเราอาจมี mindset ทั้งในแง่บวกและลบในตัวเราเองก็ได้ ซึ่ง mindset ยังรวมถึงวัฒนธรรมภายในสังคมที่ยึดถือกันมา และความเชื่อของคนในสังคม เช่น ผู้ชายขับรถได้ดีกว่าผู้หญิง ผู้หญิงควรเป็นพยาบาลมากกว่าตำรวจ เป็นต้น หากเป็นในแง่ของการทำงานแล้ว mindset ยังประกอบไปด้วย growth mindset และ fixed mindset แนวคิดทั้ง 2 แบบนี้ เกิดมาจากศาสตราจารย์ ดร. Carol dweck นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้บัญญัติศัพท์เกี่ยวกับ growth mindset อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ ความคิดที่มุ่งที่จะเติบโต ขณะที่ fixed mindset เป็นความคิดที่ตายตัว ตีกรอบความคิดตัวเอง จำกัดความคิดตัวเองไว้ ความคิดที่ตายตัวคืออะไร คือ ความคิดที่ตายตัว ปิดกั้นและจำกัดการเรียนรู้ของตัวเอง เพราะเชื่อว่าสติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ เกิดจากพรสวรรค์ ไม่ใช่ทุกคนจะมีได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่กล้าออกจาก comfort zone ของตัวเอง ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ยึดมั่นในความคิดตนเองและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อสิ่งใด ๆ ความคิดที่มุ่งที่จะเติบโต คืออะไร ความคิดที่มุ่งที่จะเติบโตจะตรงข้ามกัน คือ จะเป็นคนที่มีทัศนคติ เชื่อว่าคนเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ หากมีความพยายาม จึงทำให้คนที่มี growth mindset มีโอกาสเติบโตและพัฒนาได้มากกว่า ฉะนั้นควรเปลี่ยนความคิดแบบจำกัดให้ก้าวหน้า พร้อมพัฒนาอยู่เสมอ เปลี่ยนความคิดแบบจำกัดให้ก้าวหน้า พร้อมพัฒนาอยู่เสมอ ความคิดที่ตายตัวสามารถแก้ไขและปรับเปลี่ยนมาเป็น growth mindset ได้ ด้วยการยอมรับจุดอ่อนที่ตัวเองมี และลงมือแก้ไขนิสัยนั้นให้ได้ พยายามมองโลกในแง่บวก แม้สถานการณ์จะไม่เป็นใจ พยายามเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ ๆ และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ใส่ใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางมากกว่าผลลัพธ์ที่ปลายทาง โลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยเฉพาะโลกดิจิทัล หากเรายังมีความคิดแบบเดิม ๆ ตีกรอบไม่แสวงหาการเรียนู้ใหม่ ๆ โอกาสในการพัฒนาก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ใช้แนวคิด growth mindset เพื่อเปลี่ยนความคิดที่ตายตัว แต่หากอยากเปลี่ยนงานแนะนำแอปพลิเคชัน jobsdb ที่รวมงานทุกสาขาอาชีพไว้ให้คุณแล้ว ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง ios และ android เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ ai ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า.
ความแตกต่างระหว่าง Growth Mindset VS Fixed Mindset
Mindset theory your intelligence and other characteristics – where do they come from? can they change? people vary in the degree to which they attribute the causes of intelligence and other traits. Are they innate and fixed factors (“fixed” mindset) or are they variable factors that can be influenced through learning, effort, training, and practice (“growth” mindset)? a “growth” mindset is generally seen as more advantageous. Carol s. Dweck, a psychologist on the faculty at stanford university, proposed mindset theory as a way to understand the effects of the beliefs that individuals hold for the nature of intelligence. This in turn has implications for learning and education.
Jenis mindset yang paling populer saat ini ada dua: fixed mindset dan growth mindset (mindset tetap dan berkembang). Saat memiliki mindset tetap, kita yakin bahwa semua kemampuan yang kita punyai adalah sifat yang dasar dan tetap sehingga tak bisa diubah. Pola pikir seperti ini juga mengarah pada keyakinan bahwa kita tak perlu berusaha karena kecerdasan saat ini cukup untuk membantu menjadi sukses. Sementara itu, memiliki mindset berkembang atau growth mindset berarti kita percaya bahwa usaha dan ketekunan dapat mengubah diri dan kemampuan. Umumnya, orang yang mempunyai pola pikir ini tak langsung percaya bahwa semua orang bisa menjadi orang jenius seperti einstein atau mozart.
Growth mindset และ fixed mindset ก่อนจะเราไปพูดถึงเรื่องนี้ เรามาทำความเข้าใจจุดเริ่มต้นกันเสียก่อนว่า mindset จริงๆ แล้ว คืออะไร? แล้วมีผลอย่างไร ต่อการดำเนินชีวิตของเรา บางคนเชื่อว่า “เพราะเขาเติบโตมาจากครอบครัวที่ยากจน เขาคงไม่มีทางที่จะได้ร่ำเรียนสูงๆ และ คงไม่มีทางที่จะได้มีโอกาสเป็นผู้บริหารในองค์กรใหญ่ๆ ได้อย่างแน่นอน” แต่บางคน ก็มีความเชื่อที่ว่า “ถึงแม้เราจะมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ บวกกับมีความพยายาม หาหนทางใหม่ๆ เสมอ เพื่อที่จะได้มีโอกาสเรียนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเป็นบันไดที่จะทำให้เราได้งานที่ดี และ มีโอกาสเป็นผู้บริหารได้ในอนาคต”.
เรียนรู้แนวคิด ลักษณะของคนที่มี outward mindset รวมถึงการนำ growth mindset และ outward mindset มาใช้เพื่อการพัฒนาการทำงาน ไปพร้อมกับการให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง ประสบการณ์ของเจ้าของธุรกิจที่ใช้ outward mindset ในการนำพาธุรกิจและทีมงาน รอดพ้นจากสถานการณ์โควิด-19 เวลาในการอ่าน 4 นาที ก่อนจะไปรู้จักและทำความเข้าใจกับคำว่า outward mindset. หลายปีที่ผ่านมา เราน่าจะคุ้นชินกับคำๆ นี้มากกว่านั่นคือ growth mindset ซึ่งหมายถึง คนที่มีกรอบความคิดหรือทัศนคติ และความเชื่อที่ว่า คนเราทุกคนมีศักยภาพสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ชอบความท้าทายและกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยการใส่ความพยายามและมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งภาพประกอบด้านล่างได้อธิบายความแตกต่างระหว่าง growth mindset และ fixed mindset เพื่อให้ท่านเข้าใจมากขึ้น แต่มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ ในยุคนี้หากเจ้าของกิจการและทีมงานมีแค่ growth mindset จะเพียงพอหรือไม่? ซึ่งก่อนที่จะไปตอบคำถามนี้ เรามารู้จัก mindset หนึ่งที่เรียกว่า outward mindset กันก่อน outward mindset คือ แนวคิดหรือทัศนคติ และความเชื่อที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ โดยการให้ความสำคัญทั้งต่อตัวเราและต่อผู้อื่นที่เราเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นวิธีคิดในการมองภาพรวม มองการทำงานเป็นทีมมากกว่าจะมุ่งเน้นแค่เป้าหมายของตัวเอง ลักษณะของคนที่มี outward mindset ลักษณะเด่นของคนที่มี outward mindset มักจะเป็นคนมองโลกในแง่ดี หรือมีทัศนคติเชิงบวก (แต่ไม่ใช่แบบมองโลกสวย แต่เป็นการมองโลกด้วยความเป็นจริง) ให้เกียรติและให้ความสำคัญกับคนรอบข้างด้วยความเอาใจใส่ เปิดใจรับฟัง และเข้าใจความต้องการของผู้อื่น มีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น ในแง่ของการทำงาน จะเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสูง ชอบความท้าทาย มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม และเป็นคนที่กล้าให้ฟีคแบคอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงเมื่อได้รับฟีคแบค ก็เป็นผู้ที่ยอมรับในความผิดพลาดและพร้อมแก้ไขปรับปรุงทันที ประโยชน์ต่อองค์กรและต่อตัวเอง แน่นอนว่า ทุกๆ องค์กรย่อมอยากได้คนเก่ง คนที่มีทัศนคติดีมาร่วมงานทั้งนั้น ยิ่งถ้าเจอคนหรือทีมงานที่มี outward mindset ด้วยแล้ว การทำงานก็มักจะราบรื่น เกิดผลงานที่ประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลว เพราะคนที่คิดและแสดงพฤติกรรมแบบ outward mindset จะมีศักยภาพในการบริหารทั้งงานและคน สามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง มีวิธีในการลดช่องว่าง และลดความขัดแย้งระหว่างคนในทีม รวมถึงสามารถผลักดัน ชักจูงและโน้มน้าวเพื่อขอความร่วมมือจากทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การมี outward mindset ไม่ใช่แค่มีประโยชน์ต่อการทำงานเท่านั้น ยังมีประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อครอบครัว หรือบุคคลอื่นๆ ในชีวิต เพราะความคิดดังกล่าว คือการมุ่งเน้นประโยชน์เพื่อส่วนรวมเป็นที่ตั้ง (เอาใจเขามาใส่ใจเรา) มีความเข้าใจในชีวิตว่า คนทุกคน ย่อมมีเป้าหมายในชีวิตที่ต่างกัน ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็แตกต่างกันไป ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือตามศักยภาพและความสามารถของเรา การคิดดี ทำดีต่อคนรอบข้าง ผลลัพธ์ที่ได้กลับคืนมาก็จะมีทั้งความสำเร็จและความสุขทางใจนั่นเอง.
What they are and why they matter.
The goal is to retire young and rich. Formal education will make you a living. Self-education will you a fortune. Your mind is a weapon; always keep it loaded. To control your life, control your mind. To control your mind, control your breath. –stephen richards the positive thinker sees the invisible, feels the intangible, and achieves the impossible. –winston churchill we’re here to put a dent in the universe. Otherwise, why else even be here? –steve jobs being the richest man in the cemetery doesn’t matter to me. Going to bed at night saying we’ve done something wonderful. That’s what matters to me.
Comments
Post a Comment